รีล มาดริด

เป้าหมายคือแชมป์ลีก

   

   บทความที่น่าสนใจของเรอัล มาดริด สนับสนุนโดย FIFA5555 ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ดีพอสมควรสำหรับเรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทีมของซีเนอดีน ซีดาน ที่ตอนนี้เป็นจ่าฝูงของฟุตบอลลาลีกาสเปนโดยมีคะแนนห่างจากบาร์เซโลน่าอยู่ 1 คะแนน โดยนัดล่าสุดเล่นในบ้านเสมอเรอัล โซเซียดัด 2-2 สำหรับซีดานเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาต้องการเป็นแชมป์ฟุตบอลลาลีกาสเปนอีกครั้ง หลังจากที่เคยคุมทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัยติดต่อกัน  และดูเหมือนว่าในฤดูกาลนี้น่าจะมีโอกาสเป็นไปได้มาก เพราะบาร์เซโลน่าก็อยู่ในช่วงที่ไม่ค่อยดีเหมือนแต่ก่อน ประกอบกับอยู่ในช่วงสร้างทีมขึ้นมาใหม่ ทำให้อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัว

เรอัล มาดริด ฤดูกาลนี้ถือว่าเสริมทัพได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะการดึงตัว เอเดน อาซาร์ กองหน้าของเชลซีมาร่วมทีม แม้ว่าในฤดูกาลนี้จะลงเล่นน้อยก็ตาม เพราะมีปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่นักเตะที่มีอยู่อย่าง คาริม เบนเซม่า คาซิเมโร่ และ เซร์คิโอ รามอส ก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และสามารถประคองนักเตะสายเลือดใหม่ได้เป็นอย่างดี  โดยรวมแล้วตอนนี่ถ้าพวกเขาสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ดี และเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าฤดูกาลนี้ซีดาน น่าจะพาทีมเป็นแชมป์ฟุตบอลลาลีกาสเปนได้อย่างแน่นอน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด

มาดริด เล็ง โบรเซวิช

    ข่าวของทีมราชันชุดขาวโดย เลขเด็ดหวยฮานอย เรอัล มาดริด ยอดทีมแห่งศึกลาลีกาสเปน ตกเป็นข่าวกำลังให้ความสนใจอยากได้ตัว มาร์เชโล่ โบรโซวิช มิดฟิลด์กำลังสำคัญของอินเตอร์ มิลาน ทีมจ่าฝูงของฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี  มาจับคู่คุมแดนกลางร่วมกับคาเซมิโร่ ในช่วงซัมเมอร์นี้

ซีเนอดีน ซีดาน ผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศส กำลังมองหามิดฟิลด์รายใหม่เข้ามาเป็นตัวเลือกในฤดูกาลหน้า และแสดงความสนใจ โบรโซวิช คู่หูแดนกลางของลูก้า โมดริช ในทีมชาติโครเอเชีย รายงานข่าวจาก Mundo Deportivo สื่อดังของสเปน เปิดเผยว่า ซีดานอยากได้ ดาวเตะวัย 27 ปี มาจับคู่คุมแดนกลางร่วมกับคาเซมิโร่

สำหรับตอนนี้โบรโซวิช ยังมีสัญญาอยู่กับอินเตอร์ มิลาน อีก 2 ปี  และต้นสังกัดก็มีแผนจะต่อสัญญาฉบับใหม่ให้ แต่ปัจจุบันการเจรจายังไม่คืบหน้าเท่าไหร่  สำหรับโบรโซวิช ลงเล่นให้อินเตอร์ในซีซั่นนี้ไปแล้ว 28 นัดในทุกรายการ ทำได้ 3 ประตู กับอีก 5 แอสซิส

ค้นพบกลางรับตัวใหม่!

        บทความฟุตบอลโดย Goalclub.TV ถึงแม้ว่าทีม “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด จะขึ้นชื่อในเรื่องของการทุ่มเงินซื้อนักเตะซุเปอร์สตาร์เข้าสู่ทีมเป็นประจำ แต่ในยุคที่มีซีเนอดีน ซีดาน อดีตยอดนักเตะที่เป็นกุนซือคุมทีมอยู่ในตอนนี้ ซึ่งเขามักจะผลักดันนักเตะดาวรุ่งของสโมสรขึ้นมาทดลองใช้งานในทีมชุดใหญ่ ซึ่งมักได้ผลเสียด้วย ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้ก็เป็นมาร์โก อเซนซิโอ ปีกดีกรีทีมชาติสเปนที่กลายเป็นตัวหลักของทีมไปแล้ว ส่วนอีกรายก็คือคาเซมิโร่ กองกลางตัวตัดเกมชาวบราซิเลี่ยนก็เช่นกัน ซึ่งในยุคของราฟา เบนิเตซก็แทบไม่ได้ใช้งาน แต่พอเปลี่ยนมาเป็นซีดานในช่วงกลางฤดูกาล 2015-2016 กองกลางร่างใหญ่รายนี้ก็กลายเป็นตัวหลักของเรอัล มาดริดทันทีตั้งแต่นั้นมา

เช่นเดียวกับตอนนั้น เมื่อฤดูกาลที่แล้วที่กุนซือชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาสานงานต่อจากซานติอาโก้ โซลารี่ในช่วงกลางฤดูกาล เขาก็ลองใช้งานเฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ หรือที่เรียกกันว่าเฟเด้ บัลเบร์เด้นั่นเอง ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาถูกดันขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก หลังจากที่ถูกไปให้กับเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่ายืมตัวไปใช้งาน ซึ่งอันที่จริงเขาได้โอกาสในตอนที่โซลารี่คุมทีมอยู่ แต่ว่าผลงานยังไม่โดดเด่นมากนัก เพราะผลงานของทีมก็ไม่ค่อยดีด้วยในตอนนั้น แต่หลังจากที่ซีเนอดีน ซีดานเข้ามา บัลเบร์เด้ก็เริ่มได้รับบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับสลับหน้าที่กับคาเซมิโร่ในระบบกองกลาง 3 คนได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือว่าเป็นการค้นพบที่ยอดเยี่ยมของเรอัล มาดริด เพราะดาวเตะรายนี้อยู่ในวัยเพียง 21 ปีเท่านั้น ทำให้พวกเขาอาจจะไม่ต้องทุ่มเงินซื้อนักเตะในตำแหน่งกองกลางตัวรับไปอีกหลายปีเลยทีเดียว หากว่าดาวเตะทีมชาติอุรุกวัยรายนี้สามารถพัฒนาฝีเท้าได้อย่างต่อเนื่องแบบที่เป็นมา ซึ่งทีม “ราชันย์ชุดขาว” จะได้นำเงินไปหายอดดาวเตะในตำแหน่งอื่นแทน ซึ่งพวกเขากำลังจะต้องเสียเงินหนักแน่ๆ กับตัวแทนของลูก้า โมดริช ห้องเครื่องทีมชาติโครเอเชียที่อยู่ในวัย 34 ปีแล้ว และกำลังจะออกจากทีมในช่วงหลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งคาดการกันว่าเรอัล มาดริดจะไปดึงปอล ป็อกบา กองกลางดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังจากอังกฤษให้ได้

จุดแข็งของ “ราชันย์”

    ซีเนอดีน ซีดาน ตอนเป็นนักเตะก็เป็นสุดยอดนักเตะ ซึ่งได้ทั้งแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และแชมป์ฟุตบอลโลก และแชมป์ยูโรกับทีมชาติฝรั่งเศส แถมยังสามารถทำประตูในนัดชิงชนะเลิศได้ด้วย รวมถึงรางวัลบัลลงค์ ดอร์ก็คว้ามาแล้วในฐานะนักเตะ และตอนผันตัวมาเป็นกุนซือเขาก็ยังกลายเป็นสุดยอดกุนซือคนหนึ่งของวงการฟุตบอลยุคนี้ได้อีกด้วย ซึ่งมีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จในฐานะนักเตะ และผู้จัดการทีม แต่ซีดานถือว่าเป็น 1 ในนั้นไปแล้วในตอนนี้

ด้วยระบบการเล่น 4-3-3 ที่เขาถนัด สามารถทำให้เรอัล มาดริดประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฟุตบอลสโมสรรายการใหญ่ที่สุดของยุโรปได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีกุนซือคนไหนทำได้มาก่อนตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจากยูโรเปี้ยน คัพมา ซึ่งว่ากันว่าหัวใจที่ทำให้ “ราชันย์ชุดขาว” ประสบความสำเร็จในยุคของซีดานนั้นมาจากแผงกองกลางของพวกเขานั่นเอง ซึ่งกุนซือชาวฝรั่งเศสนั้นมี 3 ประสานในแดนกลางที่เขาชอบใช้ในนัดสำคัญตลอดตั้งแต่ที่เขาเข้ามาคุมทีมก็คือคาเซมิโร่ กองกลางตัวตัดเกมทีมชาติบราซิล ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์บ็อกทูบ็อก และโทนี่ โครส กองกลางตัวออกบอลของทีม ซึ่งทั้ง 3 คนเล่นกันต่างหน้าที่แต่กลับผสานงานกันได้อย่างลงตัว และเป็นปัจจัยที่ทำให้เรอัล มาดริดประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติดต่อกัน

แต่ดูเหมือนว่าฤดูกาลนี้น่าจะเป็นการเล่นร่วมกันเป็นฤดูกาลสุดท้ายแล้วของ 3 ประสานในแดนกลางของเรอัล มาดริด เพราะลูก้า โมดริช กองกลางทีมชาติโครเอเชีย นักเตะเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์เมื่อปี 2018 ก็อยู่ในวัย 34 ปีแล้ว และน่าจะย้ายทีมหลังจากจบฤดูกาลนี้ ซึ่งสโมสรกำลังจะหาตัวแทนเข้ามา ซึ่งคาดกันว่าจะเป็นปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นที่ชื่นชอบของซีดานเป็นอย่างมาก ส่วนในรายของโทนี่ โครส ก็ต้องรอดูกันต่อ เพราะเขาพึ่งอายุ 30 ปีเท่านั้น ยังสามารถเล่นในระดับสูงได้แบบสบายๆ ซึ่งตอนนี้พวกเขามีเฟเดริโก้ บัลเบรเด้ กองกลางตัวตัดเกมชาวอุรุกวัยเข้ามาเป็นตัวเลือกในแดนกลางในตำแหน่งของคาเซมิโร่เพิ่มอีกคนแล้วด้วย ซึ่งต้องดูว่าสุดท้ายแล้วเรอัล มาดริดจะหานักเตะเข้ามาแทนลูก้า โมดริชได้ดีแค่ไหน

ขายไม่ออก!!

  

   ทีม “ราชันย์ชุดขาว” ถือว่าเป็นทีมฟุตบอลที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกสลับกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาโดยตลอดในช่วงหลัง เนื่องจากบรรดานักเตะของพวกเขานั้นล้วนแต่มีค่าตัวที่มหาศาลมาโดยตลอดตั้งแต่ที่มีฟลอเรนติโน่ เปเรซเข้ามาเป็นประธานสโมสร และเป็นทีมที่มักจะทำการซื้อนักเตะเป็นค่าตัวสถิติโลกโดยตลอดในชวงก่อนหน้านี้ ซึ่งแกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ที่พวกเขาไปคว้าตัวมาจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ก็ถือว่าเป็นค่าตัวสถิติโลกในตอนนั้นเช่นกัน รวมถึงฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโคลอมเบียด้วย ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แพงเป็นสถิติโลก แต่ก็ถือว่าแพงมากทีเดียว ซึ่งดาวเตะทั้ง 2 คนนี้ยังอยู่กับสโมสรมาจนถึงปัจจุบัน แต่บทบาทของเขากับทีมในยุคการคุมทีมของซีเนอดีน ซีดานนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งดาวเตะทั้ง 2 คนนี้ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือชาวฝรั่งเศสแล้วก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแกเร็ธ เบล ที่สโมสรพยายามจะผลักใสไล่ส่งให้ออกจากทีมไปตั้งแต่ช่วงปิดฤดูกาล แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครมาทุ่มเงินคว้าตัวไป โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเขาสามารถตกลงค่าเหนื่อยกับทีมจากซุเปอร์ ลีกของจีนได้แล้วด้วย แต่สุดท้ายก็มาติดที่ค่าตัวที่เรอัล มาดริดก็ต้องการจากากรขายปีกวัย 29 ปีเช่นกัน ทำให้เขายังต้องอยู่เล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบวมาจนถึงตอนนี้ รวมถึงฮาเมส โรดริเกซก็เช่นกัน ซึ่งเขาไม่อยู่ในแผนการทำทีมของซีดานมาตั้งแต่ที่ซีดานคุมทีมคำรบแรกแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาก็ปล่อยไปให้กับบาเยิร์น มิวนิคยืมตัว 2 ฤดูกาลพร้อมออปชั่นซื้อขาด แต่สุดท้ายแล้วทีม “เสือใต้” ก็หลอกยืมใช้งานไป 2 ปีเท่านั้น และไม่ได้ใช้ออปชั่นซื้อขาดกับอดีตดาวเตะเอฟซี ปอร์โต้แต่อย่างใด

จาก 2 ยอดดาวเตะค่าตัวแพง แต่ตอนนี้ทั้งแกเร็ธ เบล และฮาเมส โรดริเกซ กลายเป็นเพียง 2 นักเตะที่เรอัล มาดริดขายไม่ออกเท่านั้น ซึ่งนอกจากค่าตัวที่เรอัล มาดริดก็ต้องการเงินมาซื้อนักเตะใหม่แล้ว พวกเขายังมีปัญหาในการเจรจาสัญญาส่วนตัวกับสโมสรที่จะมาซื้อ 2 ดาวเตะนี้ด้วย เนื่องจากค่าเหนื่อยของพวกเขานั้นแพงหูฉี่เลยทีเดียว

‘โยวิช’ สุดผิดหวัง

   60 ล้านยูโร คือค่าตัวที่สโมสรเรอัล มาดริด ยอมจ่ายให้กับไอน์ทรัชค์ แฟรงค์เฟิร์ต ทีมในศึกบุนเดสลีก้าเยอรมัน เพื่อให้ยอมปล่อยตัวลูก้า โยวิช กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติเซอร์เบียมาร่วมทีมในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา โดยโยวิชเซ็นต์สัญญาถึง 6 ปีในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวเลยทีเดียว โดยทีม “ราชันย์ชุดขาว” หวังที่จะเข้ามาเป้นตัวแทนของคาริม เบนเซม่า กองหน้าฝรั่งเศสที่เริ่มโรยลาลงแล้ว ซึ่งลูก้า โยวิช มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมเกือบ 2 ฤดูกาลในศึกบุนเดสลีก้า ทั้งการช่วยทีมคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาลในยุคการคุมทีมของนิโก้ โควัชได้สำเร็จด้วยการเอาชนะบาเยิร์น มิวนิคได้ในนัดชิงชนะเลิศ 3-1 เมื่อช่วงกลางปี 2018 รวมถึงผลงานส่วนตัวของเขาก็ยอดเยี่ยมด้วย ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็กดไป 17 ประตูในลีก รวมแล้ว 27 ประตูจากทุกรายการ ทำให้เข้าตาเรอัล มาดริดจนคว้าตัวมาร่วมทีมในที่สุด

ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกที่ผ่านมา ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสก็พยายามส่งลูก้า โยวิชลงสนามอยู่ตลอด โดยส่วนใหญ่อาจจะเป็นกาลงในฐานะตัวสำรองบ้าง แต่ก็มีบางนัดที่ได้เป็นตัวจริงเช่นกัน โดยช่วงหลังมานี้เขาได้ลงเป็นตัวจริงบ่อยขึ้นเมื่อคาริม เบนเซม่า กองหน้าตัวเป้าหมายเลข 1 ของทีมมีอาการบาดเจ็บพอดี แต่สุดท้ายแล้วฤดูกาลนี้กองหน้าวัย 22 ปีก็พึ่งทำประตูให้กับเรอัล มาดริดไปเพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้นในนัดที่พวกเขาถล่มเลกาเนสไป 5-0 แต่นอกนั้นล้วนเป้าสะอาดทั้งสิ้น แม้ใน 2 นัดในศึกซุเปอร์ โกปาที่เขาได้ลงเป็นตัวจริงตลอด และทีมสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ กองหน้าชาวเซิร์บรายนี้ก็ยังไม่สามารถช่วยทีมทำประตูได้ ซึ่งทำให้แววในการที่เขาจะพบกับความล้มเหลวในการย้ายมาค้าแข้งในแดนกระทิงดุนั้นกำลังใกล้เข้ามาทุกที ซึ่งมีข่าวลือว่าเขาอาจจะถูกปล่อยไปให้กับทีมอื่นยืมตัวใช้งานด้วยซ้ำในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ เพราะดูจะยังปรับตัวให้เข้ากับทีม และการเล่นในสเปนไม่ได้เลย และดูเหมือนเงิน 60 ล้านยูโรที่เสียไปให้กับค่าตัวของลูก้า โยวิชนั้น อาจจะได้กลับมาเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น หากว่าเรอัล มาดริดถอดใจกับความล้มเหลวของเขาในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกที่ผ่านมา

ไม่ครบก็แชมป์ได้!!

   

   ทีม “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่ของสเปน ที่พึ่งประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์สแปนิช ซุเปอร์ คัพ ที่เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นแข่งทัวร์นาเม้นต์ที่ประเทศซาอุดิอาราเบียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเป็นแชมป์รายการที่ 10 ของซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสที่หวนกลับมาคุมทีมคำรบ 2 เมื่อกลางฤดูกาลที่แล้ว หลังจากที่หนแรกคว้ามาได้ 9 รายการ รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ปีติดต่อกัน และลา ลีก้าอีก 1 สมัย

หลังจากที่เสียคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวยิงสูงสุดของสโมสรถูกขายออกไปให้กับยูเวนตุสเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เรอัล มาดริดก็มีปัญห าในด้านการทำประตูอยู่เรื่อยๆ ซึ่งพวกเขาก็พยายามจะสร้างทีมขึ้นมาใหม่ในฤดูกาลนี้ โดยไปทุ่มเงินถึง 100 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัวเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยมมาจากเชลซี แต่ดาวเตะวัย 27 ปีกลับประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้ซีดานยังใช้งานได้ไม่เต็มที่ด้วยซ้ำ แต่เรอัล มาดริดก็ประสบความสำเร็จในการเป็นแชมป์ซุเปอร์ โกปา ในช่วงกลางฤดูกาลจนได้ ทั้งๆ ที่การสร้างทีมของยอดกุนซือชาวฝรั่งเศสยังไม่สมบูรณ์ด้วยซ้ำ แต่ก็ยังสามารถผ่านบาเลนเซียในรอบรองชนะเลิศ และเอาชนะจุดโทษแอตเลติโก มาดริดได้ในนัดชิงชนะเลิศ

เรอัล มาดริดชุดนี้นั้นมีนักเตะหลายคนที่อยู่ในช่วงโรยรา และถึงเวลาต้องเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่แล้ว ทั้งเซร์คิโอ รามอส มาร์เซโล่ และ 2 กองกลางคนสำคัญอย่างโทนี่ โครส และลูก้า โมดริช ทำให้ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรกำลังพยายามจะสร้างกาลาสติกอส 2 ขึ้นมาใหม่ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์ โดยมาได้ยังไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาดูเหมือนจะกำลังต้องการคว้าตัวปอล ป็อกบา กองกลางจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และคิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าแห่งทศวรรษจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงในช่วงหลังจบฤดูกาลนี้ด้วย และยังมีอีกหลายคนที่พวกเขาจะดึงมาหลังจากนี้ แต่เท่านี้ซีดานก็ยังสามารถบันดาลแชมป์มาให้กับสาวก “มาดริดติสต้า” ได้เชยชมแล้ว และฤดูกาลนี้พวกเขายังได้ลุ้นแชมป์ลา ลีก้า และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอยู่อีกด้วย เท่านี้ก็พอบ่งบอกได้แล้วว่าซีเนอดีน ซีดานนั้นเก่งกาจเพียงใดในฐานะผู้จัดการทีม

ป็อกบา คือ คำตอบของ มาดริด

  

      ตลอดในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ตกเป็นข่าวมาโดยตลอด สำหรับ พอล ป๊อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าจะย้ายทีมไปยัง เรอัล มาดริด ยอดทีมแห่งศึกลาลีกาสเปน แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีดีลนี้เกิดขึ้น แต่ในช่วงหลังจบฤดูกาลนี้คงจะมีความชัดเจนค่อนข้างแน่ เพราะสัญญาของป็อกบาจะหมดลงในช่วงเดือน มิถุนายนปี 2021 ซึ่งถ้าเขาไม่ต่อสัญญาออกไป โอกาสที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเสียเขาไปแบบฟรีๆมีสูงมาก ดังนั้นจึงเชื่อว่า พอล ป็อกบา ถ้าไม่ต่อสัญญาออกไป ก็น่าจะย้ายทีมค่อนข้างแน่นอน และทีมทีน่าจะได้ตัวเขาไปก็คงมีเพียวแค่ เรอัล มาดริด ทีมเดียวที่น่าจะตอบโจทย์เขาได้ และเป็นทีมที่น่าจะพัฒนาตัวเขาให้เป็นผู้เล่นระดับโลกอย่างแท้จริง

เตรียมถ่ายเลือด

     เรอัล มาดริด ในฤดูกาลนี้ถือว่าทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ แม้หลายคนจะมองว่าผลงานตกลงไปก็ตามแต่การมี 40 คะแนน เท่ากับบาร์เซโลน่า ครองจ่าฝูงร่วมกันก็เป็นที่พอใจได้ แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั่นก็คือการที่นักเตะของทีมเริ่มที่จะโรยราแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เซร์คิโอ รามอส ลูก้า โมดริช  มาร์เซโล นักเตะเหล่านี้อาจจะถูกปล่อยออกไปในอนาคตอันใกล้ เพื่อที่จะนำผู้เล่นที่สดกว่าเข้ามาทดแทน ซึ่งจะเห็นได้ว่าในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา มีการซื้อผู้เล่นในตำแหน่งของผู้เล่นดังกล่าวเข้ามา ซึ่งแน่นอนว่าการที่ผู้เล่นจะเข้ามาทดแทนนักเตะรุ่นพี่คงจะทำไม่ได้แบบทันท่วงที ซี่งผลงานที่ผ่านมาก็เป็นที่ยืนยันแล้วว่ายังมีปัญหาอยู่  ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาพอสมควรในการปรับตัว ซึ่งตัวของ ซีดานเอง ก็พยายามที่จะสร้างทีมใหม่ขึ้นมา แล้วทำการลองผิดลองถูกหลายครั้ง ดังนั้นจึงทำให้บางนัดผลงานของทีมก็ตกลงไปดื้อๆ ไม่สามารถรักษาความสม่ำเสมอของทีมได้ ซึ่งแฟนบอลของราชันชุดขาวเอง ต้องเข้าใจว่าต้องให้เวลาซีดานในการปรับจูนทีมสักระยะ เพื่อที่ จะให้ทีมกลับมาในจุดสูงสุดอีกครั้ง

 

Scroll To Top