รีล มาดริด

จุดแข็งของ “ราชันย์”

    ซีเนอดีน ซีดาน ตอนเป็นนักเตะก็เป็นสุดยอดนักเตะ ซึ่งได้ทั้งแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และแชมป์ฟุตบอลโลก และแชมป์ยูโรกับทีมชาติฝรั่งเศส แถมยังสามารถทำประตูในนัดชิงชนะเลิศได้ด้วย รวมถึงรางวัลบัลลงค์ ดอร์ก็คว้ามาแล้วในฐานะนักเตะ และตอนผันตัวมาเป็นกุนซือเขาก็ยังกลายเป็นสุดยอดกุนซือคนหนึ่งของวงการฟุตบอลยุคนี้ได้อีกด้วย ซึ่งมีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จในฐานะนักเตะ และผู้จัดการทีม แต่ซีดานถือว่าเป็น 1 ในนั้นไปแล้วในตอนนี้

ด้วยระบบการเล่น 4-3-3 ที่เขาถนัด สามารถทำให้เรอัล มาดริดประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฟุตบอลสโมสรรายการใหญ่ที่สุดของยุโรปได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีกุนซือคนไหนทำได้มาก่อนตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจากยูโรเปี้ยน คัพมา ซึ่งว่ากันว่าหัวใจที่ทำให้ “ราชันย์ชุดขาว” ประสบความสำเร็จในยุคของซีดานนั้นมาจากแผงกองกลางของพวกเขานั่นเอง ซึ่งกุนซือชาวฝรั่งเศสนั้นมี 3 ประสานในแดนกลางที่เขาชอบใช้ในนัดสำคัญตลอดตั้งแต่ที่เขาเข้ามาคุมทีมก็คือคาเซมิโร่ กองกลางตัวตัดเกมทีมชาติบราซิล ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์บ็อกทูบ็อก และโทนี่ โครส กองกลางตัวออกบอลของทีม ซึ่งทั้ง 3 คนเล่นกันต่างหน้าที่แต่กลับผสานงานกันได้อย่างลงตัว และเป็นปัจจัยที่ทำให้เรอัล มาดริดประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติดต่อกัน

แต่ดูเหมือนว่าฤดูกาลนี้น่าจะเป็นการเล่นร่วมกันเป็นฤดูกาลสุดท้ายแล้วของ 3 ประสานในแดนกลางของเรอัล มาดริด เพราะลูก้า โมดริช กองกลางทีมชาติโครเอเชีย นักเตะเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์เมื่อปี 2018 ก็อยู่ในวัย 34 ปีแล้ว และน่าจะย้ายทีมหลังจากจบฤดูกาลนี้ ซึ่งสโมสรกำลังจะหาตัวแทนเข้ามา ซึ่งคาดกันว่าจะเป็นปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นที่ชื่นชอบของซีดานเป็นอย่างมาก ส่วนในรายของโทนี่ โครส ก็ต้องรอดูกันต่อ เพราะเขาพึ่งอายุ 30 ปีเท่านั้น ยังสามารถเล่นในระดับสูงได้แบบสบายๆ ซึ่งตอนนี้พวกเขามีเฟเดริโก้ บัลเบรเด้ กองกลางตัวตัดเกมชาวอุรุกวัยเข้ามาเป็นตัวเลือกในแดนกลางในตำแหน่งของคาเซมิโร่เพิ่มอีกคนแล้วด้วย ซึ่งต้องดูว่าสุดท้ายแล้วเรอัล มาดริดจะหานักเตะเข้ามาแทนลูก้า โมดริชได้ดีแค่ไหน

Scroll To Top